ย้อนคำสั่งเสีย “เสี่ยปาน” ทำพินัยกรรมไว้แล้ว ยังมีเงินสด 10 ล้านให้ลูก

ย้อนคำสั่งเสีย “เสี่ยปาน” ขายทรัพย์สิน-ทำพินัยกรรมไว้แล้วหลังรู้อาจอยู่ได้ไม่ถึงปี เงินสดจากถูกหวยยังเหลือ 10 ล้านไว้ให้ลูก

จากกรณี “เสี่ยปาน 30 ล้าน” นายยงยุทธ แก้วสวนจิก อายุ 45 ปี ชาวบ้านหนองบ่อ อ.หนองหาน จ.อุดรานี ซึ่งถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 รับ 30 ล้าน แต่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ล่าสุดวันนี้(13 พ.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เสี่ยปานได้เสียชีวิตลงแล้วจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด

ย้อนไปเมื่อเดือน ก.พ.65 ที่ผ่านมา “เสี่ยปาน” ได้มาช่วยพี่สาวขายก๋วยเตี๋ยว ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวยูเทิร์นบ้านหนองบ่อหมู่14 ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี และได้กล่าวถึงอาการป่วยและกรณีหากตัวเองจากโลกนี้ไป ระบุว่า ตนต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ที่นี่กับพี่สาวและญาติ หลังอาการป่วยมะเร็งทวารหนักระยะสุดท้าย อาจจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี และยังเป็นโรคหัวใจทำให้ไม่สามารถทำงานหนักได้เหมือนเมื่อก่อน
เสี่ยปาน เปิดเผยว่า มีกำลังใจดีอยู่ตลอด ส่วนอาการทางร่างกายยังปวดแผลอยู่เหมือนเดิมต้องกินยาอยู่ทุกวันเพื่อระงับอาการปวด มะเร็งทวารหนักน่าจะลามไปที่ลำไส้ด้วย ต้องไปหาหมอตามที่หมอนัดตรวจ การออกไปไหนมาไหนทำให้รู้สึกเหนื่อย การอยู่บ้านดูพี่สาวค้าขายไป นั่งชมสวนไปก็มีความสุขดี โดยได้ประกาศขายบ้านพร้อมที่ดิน 10 ไร่ในราคา 6 ล้าน ตอนนี้มีติดต่อเข้ามา 2–3 ราย เข้ามาดูบ้าน แต่ก็เงียบไปยังไม่มีการตัดสินใจ


“ตอนนี้ผมไม่มีใคร นอกจากลูกและพี่สาวเท่านั้น พินัยกรรมผมได้ทำไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ สาเหตุของการเป็นมะเร็ง ผมเชื่อว่ามาจากการกินอยู่สมัยที่ผมทำงานหนัก มันสะสมมานานแล้ว กินข้าวไม่เป็นเวลาก็เป็นเรื่องธรรมดาของโรคภัย อาการของโรคเริ่มมาตั้งแต่ก่อนถูกหวย ช่วงทำงานโรงงานอาการจะหนัก ในช่วงบวชเป็นพระเหมือนกับว่าตอนนั้นฉันข้าวมื้อเดียว อาการเลยขึ้นมา แล้วก็รักษามาเรื่อยจนมันหายขาดไปช่วงหนึ่ง ก็เลยมาลุยงานหนักซื้อรถเกี่ยวข้าวมาขับ มันเลยกลับมาอีกครั้ง” เสี่ยปาน กล่าว

เสี่ยปาน ระบุด้วยว่า ตนได้สั่งลาพี่สาวไว้แล้ว ว่าถ้าหากเป็นอะไรไปก็ให้เป็นคนจัดงานศพ โดยเปิดเผยว่าสาเหตุที่ขายบ้านเพราะไม่มีคนดูแล ต้องการนำเงินที่เหลือไปทำกิจการเล็กๆ ไว้ให้ลูก เพราะไม่รู้ตัวเองจะอยู่ถึงวันไหน เงินที่ถูกหวย 30 ล้าน ตอนนี้ยังเหลือเงินสดเกือบ 10 ล้านจะเก็บไว้ให้ลูก ซึ่งในอนาคตลูกจะเรียนถึงไหนก็แล้วแต่ความสามารถ วางรากฐานไว้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ซื้อโน้ตบุ๊กให้และจ้างครูมาสอนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ให้ เน้นทางเทคโนโลยีจึงจะเอาตัวรอดได้ในยุคดิจิตอล

“ตอนนี้ก็ครบปีแล้วที่หมอบอกว่าผมจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี ไม่รู้วันไหนจะล้มหายตายจาก ผมเสียดายชีวิตหากตนตายไปก่อน ลูกตนก็ยังเล็กไม่ได้ดูแลเขาจนใหญ่ ถึงแม้จะมีเงินเป็นล้านฝากไว้ให้เขาก็ไม่เท่ามีพ่ออยู่ด้วย แต่ทำไงได้ทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย ตอนนี้ก็อยู่ไปเรื่อยๆ รอถึงวันนั้น ตอนนี้สุขภาพย่ำแย่ขนาดหนัก อยากพักและอยากอยู่กับลูกให้นานที่สุด โควิดซาก็จะไปรับลูกกับยายออกทริปเที่ยวและทำบุญด้วยกัน ใจตนคิดเสมอว่าก่อนจะตายจะทำอย่างไรให้ลูกมีความสุขทุกอย่าง ตอนนี้อยู่เพื่อลูกเท่านั้น พูดถึงเรื่องลูกเมื่อไรน้ำตาจะไหลทุกที” เสี่ยปานกล่าว

Leave a Reply

Your email address will not be published.